วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558

แถลงการณ์ประชุมที่เวียงปางซาง เขตปกครองว้า

แถลงการณ์ประชุมที่เวียงปางซาง เขตปกครองว้า 

แถลงการณ์ผลการประชุมที่ปางซางวันที ๑-๖ พ.ค. ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นแถลงการณ์ของการประชุมสุดยอดของกลุ่มกองกำลัง ๑๒ กลุ่มโดยการประชุมครั้งนี้มีกองกำลังว้าเป็นเจ้าภาพ มีแถลงการณ์ดังนี้ 
๑. จะแก้ไขปัญหาการสู้รบ ด้วยวิถีทางการเมือง
๒. ทุกกลุ่มจะต้องลงนามในสัญญาหยุดยิง
๓. รัฐบาลพม่าจะต้องยุติการปฏิบัติการในดินแดนกะฉิ่น, ปะหล่อง, โกก้าง และอาระกัน
๔. ขอประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชน
๕. จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้มีการปกครองเป็นแบบสหพันธ์ ที่เป็นประชาธิปไตย, ความเสมอภาคของเผ่าพันธุ์และสิทธิในการปกครองตนเอง
๖. จะไม่มีการแยกตัวออกจากสหภาพ
๗. สนับสนุนความพยายามของสหประชาชาติและจีน ที่จะให้ยุติความรุนแรงในภาคเหนือของพม่า และมีการลงนามหยุดยิง
๘. การเจรจาทางการเมืองจะต้องมีผู้แทนจากรัฐบาล, สภา, กองทัพ, พรรคการเมือง, ประชาชน และ กกล.กลุ่มชาติพันธุ์
๙. สร้างจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกันโดยสันติ ระหว่างเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ
๑๐. กกล.กลุ่มชาติพันธุ์จะแต่งตั้งคณะผู้แทนเพื่อเจรจาทางการเมือง กับฝ่ายรัฐบาล
๑๑. ส่วนใหญ่ของ กกล.กลุ่มชาติพันธุ์ที่มาประชุม เข้าใจและสนับสนุนข้อเรียกร้องของว้า ที่ขอมีสถานะเป็นรัฐ

๑๒. จะมีการประชุม เพือหารือและหาแนวทางข้อเรียกร้องดังกล่าวนี้ ต่อไป

คำ เมืองลา 
ท่านกรุณาถามมา-คนเมืองลาขออนุญาตตอบไป
May I have your permission to answer your questions
มีเพื่อนอยู่ท่านหนึ่งกรุณาถามมาอย่างนี้ว่า " คือสงสัยมานาน มีคนพูดว่าเมืองลาของพม่า แต่ปกครองโดยจีน ใช้ภาษาจีน เงินจีน กฏระเบียบของเมืองไม่ขึ้นกับพม่า ในเมืองลาไม่มีตำรวจ ทหารพม่า จริงไหม"
ขออนุญาตตอบไปว่า 
ก่อนอื่นขอบคุณครับที่ถามมา เป็นคำถามที่ดีและะคิดว่า หลายท่านก็คงจะสงสัยอย่างนั้น เมืองลาอยู่ในรัฐฉานตะวันออก ประเทศพม่า เป็นเขตปกครองตนเอง (เขตปกครองพิเศษ) ก่อนหน้าที่จะเป็นเขตปกครองตนเอง ก็มีขุนศึกที่เป็นคนเมืองลา-เมืองม้าโดยตรง คือ ขุนอุ่นจัง เป็นทหารที่กล้าหาญ รวบรวมสมรรคพรรคพวก ก่อตั้งเป็นกองทัพ (พม่าเรียกให้ร้ายว่า กองโจร) ได้ป้องกันภูมิประเทศมิให้พม่าเข้ามารุกราน พอหมดยุคขุนอุ่นจังแล้ว ก็เกิดกองทัพเมืองลา (NDAA) ขึ้นมา ทำหน้าที่ป้องกันภูมิประเทศแถวนี้มิให้พม่าเข้ามารุกรานเช่นเดียวกัน กองทัพเมืองลานี้ โดยสภาพเดิมจริงๆ ก็เป็นคนไตย และชนชาติพันธุ์ต่างๆ เช่น ชาวลัวะ ชาวอาข่า (ไม่มีชาวจีน) ร่วมมือกันสร้างเป็นกองทัพขึ้นมา และได้เจรจาหยุดยิงกับพม่า ได้สิทธิปกครองตนเองเหมือนกับกองกำลังต่างๆ เช่น ปะโอ กะเหรี่ยง ว้า เป็นต้น ก็มิใช่เรื่องแปลกในประเทศพม่าที่จะมีเขตปกครองตนเองหลายๆ แห่ง พอเมืองลาได้หยุดยิงแล้วก็มิได้อยู่เฉย ได้พัฒนาพื้นที่นี้เรื่อยมา ด้วยมีแนวนโยบายเปิดรับพ่อค้าพานิชย์จากต่างประเทศเข้าไปลงทุนได้ โดยไม่ได้จำกัดชาติวรรณะ ขอเพียงมีใจอยากไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ถนน ไฟฟ้า น้ำประปา หรือ โทรคมนาคม โทรศัพท์ ฯลฯ (อย่างที่ทราบอยู่ว่า คนไตยเราไม่ได้ชำนาญเรื่องนี้ อย่างเก่งก็ทำไร่ไถนา ไตยเราขาดองค์ความรู้วิทยาการสมัยใหม่มากๆ ไม่ว่าที่ไหน) จนปัจจุบันมีชนชาติต่างๆ เช่น ชาวจีน ่ชาวพม่า ชาวไตยนอกพื้นที่ เช่น เชียงตุง เมืองน้ำจาง เมืองน้ำคำ ต้างยาน เป็นต้น เข้าไปทำงานในเมืองลา แต่ที่เยอะมากเป็นพิเศษก็คือ ชาวจีน
ต่อข้อถามที่ว่า ทำไมเมืองลาใช้เงินจีน ก็เพราะเมืองลาอยู่ติดชายแดนจีน ก็ต้องใช้เงินจีน จะให้ใช้เงินพม่าหรือ เขาไม่ใช่ เพราะตั้งแต่จำความได้ เมืองลาไม่เคยใช่เงินพม่าเลย ทำไมไม่รู้ (น่าจะมีสาเหตุที่เงินพม่าไม่มีความน่าเชื่อถือ เพราะสมัยก่อนรัฐบาลพม่ายกเลิกธนบัตรบ่อย) เหมือนอย่างท่าขี้เหล็ก ติดกับอำเภอแม่สาย ของไทย ก็ยังใช้เงินไทย ไม่เห็นใครเขาใช้เงินพม่าเลย (หรืออาจจะมีใช้อยู่ แต่ไม่มาก) ฉันใดก็ฉันนั้นครับ
ส่วนที่ใช้ภาษาจีน ก็อย่างที่ว่า คนจีนเขาเข้ามาเยอะ ก็ให้เขาใช้ภาษาเขาครับ จะให้เขาพูดภาษาไตยก็พูดไม่ได้ ส่วนไตย(ไทลื้อ)เมืองลาก็ใช้ภาษาไตยอยู่ แต่พออยู่นานๆ ไปต่างก็เรียนรู้ภาษากันและกัน จีนบางคนก็พูดไตยได้ปร๋อ ขณะเดียวกัน ไตยก็พูดจีนได้ปร๋อเหมือนกัน และก็มีพูดภาษาพม่าเหมือนกัน เพราะคนพม่าเขาก็เข้าไปทำงานเยอะมากครับ
ส่่วนกฎระเบียบก็ไม่ขึ้นกับพม่าอยู่แล้ว เพราะเป็นเขตปกครองตนเองครับ ทหารและตำรวจพม่าก็ไม่มี จริงครับ ทำไมหรือ อยากให้เมืองลามีทหารและตำรวจพม่าหรือเปล่า อิอิ แต่ไม่เอานะ คนไตยเมืองลาไม่ชอบจ๊ะ...กิ๊วๆ
ขอบคุณครับ (ที่ตอบเสียตั้งยาว)
ป.ล. คำถามนี้แม้จะถามโดยส่วนตัว แต่ก็คิดว่า ทุกท่านก็คงสงสัยเหมือนกันเจ้าของคำถามนี้ก็เลยเอามาโพสต์หน้าเฟซครับ
คำ เมืองลา

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เมืองลา เขตปกครองตนเองชนชาติไตในรัฐฉาน

ความเป็นมาของเขตปกครองพิเศษที่ ๔ เมืองไตยตะวันออก

เขตปกครองตนเองนี้เรียกว่า เขตปกครองพิเศษที่ ๔ มีอำนาจทางการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ศาล เขตแดน ยกเว้น การต่างประเทศ มี ๓ เมืองด้วยกัน คือ (๑) เมืองลา ที่ตั้งกองบัญชาการใหญ่ของ NDAA (๒) เมืองสึอลือ ทางเหนือของเมืองลา และ (๓) เมืองน้ำปาน ทางตอนใต้เมืองลา 


เมืองลาเป็นศูนย์กลางการปกครองของเขตเขตปกครองพิเศษมาที่ ๔ มาตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ โดยมีชื่อเร...ียกกองกำลังนี้ว่า “กองกำลังสัมพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติ” ภาษาอังกฤษใช้คำว่า National Democratic Alliance Army (NDAA) แต่วงการสื่อไทยจะเรียกง่าย ๆ ว่า “กองกำลังเมืองลา” ได้เจรจาหยุดยิงกับรัฐบาลทหารพม่าเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๒ มีผู้นำชื่อว่า เจ้าจายลืน มีเลขานุการชื่อว่า เจ้าแสงลา

กองกำลัง NDAA อดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังกูชาติไทใหญ่ (Shan National Army – SNA) พ.ศ. ๒๕๐๔ (ค.ศ.1961) นำโดยเจ้างาคำ เชียงตุง แต่ตอนหลังกองกำลังนี้แตกสลายไปในปี พ.ศ. ๒๕๐๙ (ค.ศ. 1966) หลังจากเจ้างาคำถูกลอบสังหารที่แม่สายโดยไส้ศึกที่ส่งตรงจากเจ้าหน้าที่พม่าชื่อ “ซาปาเตง” ในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ (ค.ศ. 1965) และในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ (ค.ศ. 1971) กองกำลัง SNA เปลี่ยนชื่อเป็นกองทัพรัฐฉานภาคตะวันออก SSA-E มีเจ้าขุนส่า (ท่าก้อ) เจ้าขุนหลาวคำ (หนุ่มปัน) เป็นผู้บังคับบัญชา มีฐานที่มั่นอยู่เมืองลา สู้รบกับพม่าเพื่อปลดแอกจากพม่ามาตลอด ทราบว่า ตอนที่เจ้าขุนส่า (ท่าก้อ) เจ้าขุนดาวคำ (หนุ่มปัน) เป็นผู้นำ ทั้งว้า โกก้าง และเมืองลาเป็นกลุ่มเดียวกันครับโดยมีท่านทั้ง ๒ เป็นผู้นำ มีศูนย์บัญชาการอยู่ที่เมืองลา

จากนั้น SSA-E ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรพรรคคอมมิวนิสต์พม่า (CPB) อยู่ระยะหนึ่ง (เพราะเห็นว่าเป็นกระแสที่มาแรงมากในขณะนั้น แม้ในประเทศไทยก็เคยมีพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเช่นกัน) โดยตั้งเป็นกองพล ๗๖๘ แต่ตอนหลังพบว่าอุดมการณ์ของผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์พม่า กับผู้นำ SSA-E ต่างกัน ทั้งเอารัดเอาเปรียบคนในพื้นที่มาก คนพื้นที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไร ผู้นำ CPB ล้วนเป็นคนพม่าทั้งสิ้น ส่วนผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาล้วนเป็นคนว้า คนจีนโกก้าง และคนไตยทั้งสิ้น เพราะคิดว่าการเข้าร่วมกับ CPB แล้วอนาคตจะสดใส แต่กลับมืดมัว ไร้อนาคต ประกอบกับไม่อยากอยู่ภายใต้ผู้นำพม่าอีก ดังนั้นทั้ง ๓ กลุ่มนี้จึงร่วมมือกันปฏิวัติโค่นล้มอำนาจผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์พม่า พอผู้นำ CPB ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ก็เหลือแต่ตัวและถูกส่งไปอยู่ที่ประเทศจีน จากนั้น กลุ่มว้าปางซาง กลุ่มโกก้าง และกลุ่มเมืองลาก็ได้ประกาศความเป็นอิสระจาก CPB แล้วเจรจาหยุดยิงกับรัฐบาลทหารพม่าใน พ.ศ. ๒๕๓๒ โดยแยกเป็น ๓ กลุ่ม คือ
...กลุ่มว้าจึงแยกมาเป็นกลุ่มกองกำลังว้าปางซาง (UWSA)
...กลุ่มโกก้างจึงแยกมาเป็นกลุ่มกองกำลังโกก้าง (MNDAA)
...กลุ่มเมืองลาจึงแยกมาเป็นกำลังเมืองลา (NDAA)
แนะนำแบบย่อก่อนนะครับ
...คำ เมืองลา...๑๖/๑๐/๕๖